152 จำนวนผู้เข้าชม |
ซ่อมลำโพงมือถือ แก้ปัญหาเสียงเบา เสียงแตก ไม่มีเสียง – เปลี่ยนลำโพงสนทนา / ลำโพงหลัก
ลูกค้าหลายคนมาที่ร้านด้วยประโยคคลาสสิก:ตอนแรกก็แค่เบา ๆ ตอนนี้แทบไม่ได้ยินแล้วเปิดเพลงแล้วเสียงแตก จนต้องปิดอยู่ดี ๆ มือถือก็ไม่มีเสียงแจ้งเตือน เงียบทั้งวันเกือบทุกเคสพอเช็กจริง ๆ ปรากฏว่าเสียที่ ลำโพงมือถือ ทั้งลำโพงตรงหูเวลาคุยสาย (ลำโพงสนทนา / Ear speaker)ลำโพงด้านล่างที่ไว้เปิดเพลงหรือดูคลิป (ลำโพงหลัก / Loudspeaker)ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างที่คิด เพราะสามารถ ซ่อมลำโพงมือถือ หรือ เปลี่ยนลำโพงใหม่ ได้ โดยไม่กระทบข้อมูลในเครื่อง และไม่ต้องเปลี่ยนบอร์ดใหญ่
1. รู้จักลำโพง 2 แบบบนมือถือของเรา
เวลาช่างพูดคำว่า “ลำโพงสนทนาเสีย” หรือ “ลำโพงหลักแตก” หมายถึงอะไร มาดูทีละตัว
ลำโพงสนทนา (Ear speaker) – ตัวคุยสาย
ทำหน้าที่ส่งเสียงคนที่คุยด้วยเข้าหูเรา
ถ้าเริ่มเสีย มักจะได้ยินแบบเบามาก ต้องเอาเครื่องแนบหูสุด ๆ
เสียงพร่า ฟังแล้วไม่นุ่มเหมือนเดิม คุยในที่เสียงดังไม่ได้เลย
ลำโพงหลัก/ลำโพงเพลง (Loudspeaker) – ตัวสร้างความบันเทิง
ทำหน้าที่ปล่อยเสียงเวลาฟังเพลง ดูวิดีโอ เล่นเกม ใช้สปีกเกอร์โฟน
ถ้าเสียมักจะ เสียงแตก เมื่อเปิดดังนิดหน่อยเสียงหายไปข้างหนึ่ง ถ้าเป็นเครื่องลำโพงคู่
ไม่มีเสียงริงโทน/แจ้งเตือน แต่ต่อหูฟังยังมีเสียง
เวลาลูกค้าอธิบายอาการ ช่างจะใช้ข้อมูลนี้แหละช่วยแยกว่า
ต้องเปลี่ยนลำโพงสนทนา หรือ เปลี่ยนลำโพงหลัก หรือทั้งคู่
2. ทำไมลำโพงมือถือถึงพังได้ ทั้งที่ไม่ได้ทำตกแรง ๆ
สาเหตุที่เจอบ่อยในงาน ซ่อมลำโพงมือถือ มีประมาณนี้:
ใช้มือถือใกล้น้ำหรือในห้องน้ำประจำ → ความชื้นสะสมเข้าไปในลำโพง
เหงื่อจากการคุยโทรศัพท์นาน ๆ หรือเล่นมือถือระหว่างออกกำลังกาย
ฝุ่นและขุยผ้าในกระเป๋ากางเกงอุดตะแกรงลำโพง
เปิดเสียงดังเต็มแม็กแทบทุกวัน ลำโพงต้องทำงานหนักตลอดเวลา
เครื่องตกกระแทกบริเวณที่มีลำโพงพอดี
บางครั้งแค่ ทำความสะอาด ก็ช่วยให้เสียงดีขึ้น
แต่ถ้าลำโพงด้านในเสียหายไปแล้ว การ เปลี่ยนลำโพงสนทนา / เปลี่ยนลำโพงหลัก จะเป็นทางออกที่ชัดเจนกว่า
3. ขั้นตอนการซ่อมลำโพงมือถือที่ร้านทำให้
เล่าแบบภาษาคนไม่ใช่ช่าง แต่เห็นภาพว่า “ไม่ใช่แค่เป่า ๆ แล้วจบ”:
ทดสอบเสียงทุกโหมดก่อน
โทรคุย, เปิดเพลง, ดูคลิป, ลองสปีกเกอร์, ลองหูฟัง
แยกว่าเป็นปัญหาที่ “ตัวลำโพง” หรือ “ระบบเสียงซอฟต์แวร์”
แกะเครื่องอย่างระมัดระวัง ปิดเครื่อง, ถอดถาดซิม
เปิดฝาหลังหรือยกจอออกตามรุ่น ถอดลำโพงตัวเดิมออกมาเช็ก
ดูว่ามีคราบสนิม ฝุ่นหนา หรือเสียหายจากการไหม้/ช็อตหรือไม่
ใส่ลำโพงใหม่ที่ตรงรุ่น
เลือกอะไหล่ที่เข้ากับรุ่นเครื่องทั้งขนาดและขั้วสัมผัส
ประกอบกลับตามสเปกเดิม ทดสอบหลังซ่อมร่วมกับลูกค้า
ให้ลูกค้าลองโทรจริง, เปิดเพลงที่คุ้นหู, เปิดเสียงดัง–เบา
เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงชัด ดัง ปกติทุกโหมดการใช้งาน
เวลาโดยเฉลี่ยของงาน เปลี่ยนลำโพงสนทนา–ลำโพงหลัก จะอยู่ประมาณ 30–60 นาที ถ้าไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำเข้าบอร์ดหนัก ๆ

4. งานซ่อมลำโพงมีรับประกันไหม?
สำหรับงานเสียง ลูกค้าจะกังวลว่า “ซ่อมเสร็จแล้วจะเสียอีกไหม”
ตรงนี้แนะนำให้เขียนบนหน้าเว็บให้ชัดประมาณนี้:
มีประกันลำโพงที่เปลี่ยนใหม่ ตามเงื่อนไข
ถ้าใช้งานปกติแล้ว : ลำโพงเงียบเอง เสียงไม่ชัดเจน
หรือมีอาการขาด ๆ หาย ๆ โดยที่ไม่ได้ตกหรือโดนน้ำ
นำเครื่องกลับมาให้ช่างช่วยเช็กได้ โดยปกติจะไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงประกัน
แต่ถ้าเคสที่เห็นชัด ๆ ว่าเครื่องตกจอแตก / ตัวเครื่องบุบ / มีคราบน้ำเข้า
แบบนี้จะอยู่นอกเงื่อนไขประกัน เพราะถือเป็นอุบัติเหตุใหม่
5. ดูแลยังไงให้ลำโพงใช้ได้นาน ไม่พังซ้ำหลัง เปลี่ยนลำโพงมือถือ แล้ว แนะนำลูกค้าสั้น ๆ ว่า:
พยายามไม่ใช้มือถือใกล้น้ำหรือในห้องน้ำ
ไม่ต้องเปิดเสียงดังเต็ม 100% ตลอดเวลา ถ้าไม่จำเป็น
อย่าใช้เข็ม / ไม้แหลม แคะตะแกรงลำโพงเอง
ถ้าเผลอทำเครื่องเปียกน้ำแล้วเสียงเปลี่ยนไป ให้รีบปิดเครื่องแล้วเอามาให้ช่างดู อย่าฝืนเปิดเพลงลองเล่นไปเรื่อย ๆ
ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ แต่ช่วยลดโอกาสต้อง ซ่อมลำโพงซ้ำ ได้เยอะมาก
6. สรุป: เสียงมือถือไม่ดี แก้ไขได้ ไม่ต้องทนใช้
ถ้าเจออาการเหล่านี้:
คุยโทรศัพท์แล้วได้ยินเบา
เปิดเพลงหรือดูคลิปแล้วเสียงแตก
ไม่มีเสียงออกจากตัวเครื่องเลย
ให้คิดไว้ได้เลยว่าอาจถึงเวลาเช็ก ลำโพงสนทนา หรือ ลำโพงหลัก ของเครื่องแล้ว การซ่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่ ใช้เวลาไม่นาน และคุ้มกว่าซื้อเครื่องใหม่แน่นอน
ชาร์จแบต ฟังเพลง คุยสาย ใครพูดก็อยากได้ยินชัด ๆ ถ้าลำโพงเสียงเบา แตก หรือไม่มีเสียง แวะเอาเครื่องมาให้ช่างช่วยดูได้เลย เช็กอาการเบื้องต้นก่อนซ่อมให้ทุกเครื่อง
ร้านอยู่ฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 2 ใกล้ MRT พระราม 9 มีบริการซ่อมหลายอย่างในที่เดียว ทั้งลำโพง แบตเตอรี่ จอ และพอร์ตชาร์จ