63 จำนวนผู้เข้าชม |
พูดตรง ๆ เลยนะ “น้ำ” ไม่ได้ฆ่ามือถือทันทีทุกเครื่อง…แต่ “น้ำ + ไฟ” นี่แหละตัวร้ายของจริง หลายเคสพังหนักเพราะเผลอ เปิดเครื่อง/กดปุ่มรัว ๆ / เสียบชาร์จ ทั้งที่ข้างในยังชื้นอยู่ ซึ่งเสี่ยงลัดวงจรทันที
ข่าวดีคือ ถ้าจัดการเร็วและจัดการถูก งาน ซ่อมมือถือโดนน้ำ ส่วนใหญ่ยังมีลุ้นกู้กลับมาใช้งานได้ โดยเฉพาะถ้ายังไม่ช็อตหนักและยังไม่เกิดสนิมลามหลายจุด
อาการแบบไหนเข้าข่าย “น้ำเข้า” หรือ “เริ่มช็อต”
หลังโดนน้ำ บางเครื่องไม่ดับทันที แต่อาการจะค่อย ๆ มา เช่น
เครื่องดับไปเอง / เปิดไม่ติด / ค้างโลโก้
ชาร์จไม่เข้า หรือขึ้นเตือนความชื้นในพอร์ต (บางรุ่น)
ปุ่มกด กดเอง/กดไม่ค่อยติด
ลำโพงเบา เสียงแตก ไมค์ไม่ชัด
กล้องเป็นฝ้า โฟกัสแปลก ๆ
เครื่องร้อนผิดปกติ แบตไหลไวมาก
อาการพวกนี้ไม่ได้แปลว่าต้อง “เปลี่ยนบอร์ดทั้งแผง” เสมอไป หลายครั้งเป็นเรื่องคราบน้ำ/ความชื้น/สนิมที่เริ่มเกาะบางจุดต้องรีบนำเครื่องมาเช็ก
ทำทันทีเมื่อรู้ว่ามือถือโดนน้ำ (ทำเองได้แบบปลอดภัย)
รีบปิดเครื่องทันที (ถ้าปิดได้)
ห้ามเสียบชาร์จเด็ดขาด เพราะเสี่ยงช็อต/ลัดวงจรหนักขึ้น
ถอดเคส ถอดซิม/เมม (เท่าที่ถอดได้) แล้วซับน้ำด้านนอกเบา ๆ
ห้ามใช้ความร้อน (ไดร์ร้อน/ตากแดด) และ ห้ามเขย่า เพราะน้ำจะวิ่งลึกเข้าไปกว่าเดิม
แล้ว “รีบเอาเข้าร้านให้ช่างแกะเช็ก” ยิ่งเร็ว ยิ่งลดโอกาสสนิมลาม
ทริคที่คนชอบทำกันอย่าง “รีบชาร์จลองดู” นี่คือกับดักเลย เพราะถ้าในเครื่องยังมีความชื้น เครื่องจะช็อตมากขึ้นมาก
ทำไม “น้ำ” ถึงทำให้พัง (เข้าใจง่าย ๆ)
น้ำทำให้วงจรช็อต/สิ่งสกปรก เข้าไปเกาะบนแผงวงจร → เกิดคราบ → ไฟฟ้าวิ่งผิดทาง
ความชื้นทำให้เกิดสนิม (corrosion) ที่ขั้ว/คอนเนกเตอร์/ชิพ → บางจุดยังไม่พังทันที แต่ค่อย ๆ เสื่อม
ถ้าเผลอจ่ายไฟ (เปิดเครื่อง/ชาร์จ) ตอนยังเปียก → โอกาส ลัดวงจร สูงมาก

ขั้นตอนงานซ่อมของร้านแบบ “แกะเครื่องล้างบอร์ด + เช็กช็อต”
เพื่อให้คุณเห็นภาพว่าไม่ได้ “แกะ 5 นาทีแล้วคิดแพง” งานน้ำเข้า/ตกน้ำจริง ๆ ขั้นตอนมันเยอะประมาณนี้:
รับเครื่อง + ซักอาการ
โดนน้ำชนิดไหน (น้ำเปล่า/น้ำทะเล/กาแฟ/น้ำหวาน) เพราะความเสียหายไม่เท่ากัน
โดนน้ำนานแค่ไหน และมีการชาร์จ/เปิดเครื่องหลังโดนน้ำหรือยัง
ถอดถาดซิม/เช็กความชื้น
แกะเครื่องเพื่อ “ตัดไฟ” (ถอดแบต/ถอดชุดเชื่อมต่อ) ตามโครงสร้างรุ่น
แกะเครื่องตรวจ “จุดสนิม/คราบ/คอนเนกเตอร์”
เช็กคราบขาว/เขียว (สนิม) ตามจุดเสี่ยง: พอร์ตชาร์จ, ขั้วแบต, ขั้วจอ, ขั้วกล้อง, ลำโพง, ไมค์
เช็กจุดที่มักลัดวงจร (เช็กตามวงจรและอาการ)
ล้างบอร์ด (Ultrasonic clean)
กรณีคราบเยอะ/น้ำหวาน/น้ำทะเล/สนิมเริ่มเกาะ เราจะใช้การล้างแบบ Ultrasonic ช่วยสลายคราบในซอกที่มือเข้าไม่ถึง
หลังล้างต้องมีขั้นตอนทำให้แห้ง/ไล่ความชื้นให้ถูกวิธี (ตรงนี้สำคัญมาก)
เช็กจุดลัดวงจร + ซ่อมเฉพาะจุด
วัดค่าจุดที่ผิดปกติ แยกว่าพังที่ “บอร์ด” หรือ “อะไหล่ปลายทาง” (เช่น พอร์ต/ลำโพง/กล้อง/จอ)
เปลี่ยนอะไหล่ที่เสียจากน้ำ (ตามจริง)
งานน้ำเข้าไม่ได้จบที่ “ล้างอย่างเดียว” บางเคสต้องเปลี่ยนอะไหล่ร่วมด้วย เช่น
พอร์ตชาร์จ (Charging port / USB-C / Lightning) ที่เริ่มสนิม/ชาร์จไม่เสถียร
แบตเตอรี่ ถ้าโดนน้ำหรือเริ่มบวม/ไหลผิดปกติ
ลำโพง/ไมค์ ที่อู้/ไม่ดัง
กล้อง ที่เป็นฝ้า/กันสั่นรวน
สายแพร/คอนเนกเตอร์ ที่คราบขึ้นแล้วสัญญาณหาย ๆ มา ๆ
ประกอบกลับ + เทสต์ยาว
เทสต์ชาร์จ, สัญญาณ, ลำโพง/ไมค์, กล้องหน้า–หลัง, เซ็นเซอร์, Wi-Fi/BT ฯลฯ
บางเครื่องต้องเทสต์ข้ามเวลา เพราะอาการน้ำเข้ามัก “เป็น ๆ หาย ๆ”
การรับประกันงานซ่อม
งาน ซ่อมมือถือโดนน้ำ/ตกน้ำ จะต่างจากงานเปลี่ยนอะไหล่ทั่วไป เพราะ “สนิม” มันสามารถลามต่อได้ตามเวลา ถ้าคราบเข้าลึกมากหรือโดนน้ำหวาน/น้ำทะเล
แต่ทางร้านจะมี การรับประกันตามงานที่ทำ/อะไหล่ที่เปลี่ยน และแจ้งเงื่อนไขให้ชัดก่อนเริ่มซ่อม
ดูแลหลังซ่อม ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
เลี่ยงความชื้น/ห้องน้ำ/ไอน้ำช่วงแรก ๆ
ถ้ารู้สึกชาร์จร้อนผิดปกติ/แบตไหลไว/เสียงเพี้ยน ให้รีบกลับมาเช็ก
ใช้สาย/หัวชาร์จที่ได้มาตรฐาน ลดความร้อนสะสมในเครื่อง
สรุป
เคสน้ำเข้า/ตกน้ำ/ช็อต ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อใหม่ทุกครั้ง ถ้าคุณ “หยุดความเสี่ยงให้ไว” และให้ช่างตรวจแบบถูกทาง โอกาสกู้กลับมาใช้ได้ยังมีเยอะ
แวะมาให้ AT MOBILE ช่วยเช็กอาการได้เลยครับ อยู่ฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 2 ใกล้ MRT พระราม 9 — ขอแค่ “อย่าเพิ่งชาร์จ” ก่อนพามา
เราช่วยตรวจความชื้น เช็กสนิม และเช็กจุดลัดวงจรให้ก่อน พร้อมบริการล้างบอร์ด และเปลี่ยนอะไหล่ที่เสียจากน้ำตามจริง
AT MOBILE อยู่ฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 2 ใกล้ MRT พระราม 9 แวะมาให้ช่างเช็กน้ำเข้า/สนิม/ช็อตได้ก่อนซ่อมจริง